จิตวิทยาเด็ก

  •       จิตวิทยาเด็ก ถือว่าเป็นขุมทรัพย์ที่มีค่า และความรู้สึกของครูเป็นเหมือนยาที่มีประสิทธิภาพ การศึกษาด้านจิตวิทยาเด็กจะทำให้เราเข้าใจเด็กๆ ในแง่มุมที่หลากหลายมากขึ้น เราจะได้เห็นเหตุผลที่ทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันและไม่เหมือนกัน
  •        ปัญหาด้านพฤติกรรมของเด็กกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ใหญ่มักให้ความสำคัญกับความรู้ทางวิชาการหรือกระทบการพัฒนาสมองอย่างเผ็ดเป็นเวลานาน จนละเลยการพิจารณาถึงสภาพพื้นฐานของจิตใจเด็ก
  •       ย่อย 5 เทคนิคมาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาเด็ก เพื่อจะได้ปรับความเข้าใจ และใช้สอนให้มีความเหมาะกับเด็กในยุคดิจิทัล

ก่อนหน้านี้เราอาจจะเจริญเติบโตไปพร้อม ๆ กันโดยไม่คำนึงถึงหลักการจิตวิทยาเด็กมากนัก บางครั้งอาจจะมีคำถามว่าหรือไม่ควรที่จะนำหลักการจิตวิทยามาใช้กับเด็กเพราะอาจจะดูซับซ้อนหรือซับซ้อนเกินไปกับสภาพของเด็ก แต่ในความเป็นจริง เมื่อเราสอนเด็กตั้งแต่ครั้งแรกของชีวิต พึงระลึกถึงหลักการจิตวิทยาอยู่เสมอ แน่นอนว่าเราใช้หลักจิตวิทยาเด็กแบบนี้เพื่อแนะนำความรู้เกี่ยวกับเด็กให้ไปสู่สัญชาตญาณต่อเนื่อง จากเด็กเล็กจนถึงขณะที่พวกเขาเติบโตขึ้น

ทฤษฎีของฟรอยด์นำเเน่แห่งการคิดว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณตั้งแต่จากเกิด พฤติกรรมของบุคคลถือเป็นผลมาจากแรงจูงใจหรือแรงขับเคลื่อนพื้นฐานที่กระตุ้นการกระทำของบุคคล และมีพื้นฐานทางจิตที่เรียกว่า “ลิบิโด” ที่เกิดมาพร้อมกับมนุษย์ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวัยหนุ่มสาว แต่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กและพัฒนาขึ้นเป็นลำดับขั้น แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามขั้น อาจเกิด “การชะงัก” หรือ “การถอยกลับ” ซึ่งส่งผลให้มีผลกระทบไปถึงบุคลิกภาพเมื่อโตขึ้น ดังนั้น การนำหลักจิตวิทยาแบบสัญชาตญาณมาใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรม การสร้างความเข้าใจ และการดูแลเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้เติบโตเป็นเรื่องที่มีอยู่มานาน แม้กระทั่งในสมัยก่อน อย่างไรก็ตาม การศึกษาและการค้นคว้าในด้านจิตวิทยาไม่ได้มีระดับขั้นสูงมากเท่าที่มีในปัจจุบัน ทำให้เรื่องจิตวิทยาเด็กดูเหมือนเป็นเรื่องไกลเสียทีเดียว แต่ในความเป็นจริงมันอยู่ใกล้ตัวเรามากมาย แค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น”

จิตใจเด็ก ๆ เราลืมพัฒนา ไปหรือเปล่า

ดร. ประภาศรี นันท์นฤมิต นักจิตวิทยาสาขาวิชาพัฒนาการและการเจริญเติบโต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่า “ปัจจุบันเด็กไทยมีความยากลำบากในการช่วยเหลือตนเองมากขึ้น และเกิดปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีการเพิ่มมาตลอดเวลา ส่วนหนึ่งของปัญหานี้เกิดจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมองอย่างเผ็ดเป็นเกินไป จนทำให้ลืมถึงการพัฒนาจิตใจของเด็ก เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่เด็กควรเรียนรู้ เราจะเห็นได้ว่าปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมนั้นไม่สามารถแก้ไขได้เพียงแค่ใช้การเรียนรู้แบบฝึกหัด หรือการวัดตามหลักสูตรเท่านั้น แต่จำเป็นต้องผสมผสานการอบรมและการดูแลร่วมกับความเข้าใจ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้หลักจิตวิทยาเด็ก… และการเริ่มต้นนั้นควรเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยอนุบาลที่เป็นช่วงวัยที่สำคัญมาก ในช่วงนี้เด็กจำเป็นต้องได้พบเจอประสบการณ์ต่าง ๆ และได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ควรปล่อยให้เขาได้เล่นอย่างสนุกสนาน เพื่อให้เขาได้ค้นหาตนเอง ทั้งนี้จะสอนให้พวกเขาเติบโตพร้อมทั้งมีความสุข มีการคิด มีการเป็นอยู่ และมีความสามารถในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม โดยไม่มีการแข่งขันกันจนลืมความธรรมจริยธรรมภายในตนเอง เพราะถ้าเราสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง แม้ว่าจะเกิดความล้มเหลวเขาก็จะไม่ถูกทำร้าย”

จิตวิทยาเด็ก กับ คุณครูรุ่นใหม่

“จิตวิทยาเด็กคือศาสตร์ที่ตัวเราเองจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่ไปประกอบขึ้นมาเป็นเด็กหนึ่งคน นั่นคือ”

  • ร่างกายที่แข็งแรง
  • สมองที่คิดได้อย่างสมบูรณ์
  • สติปัญญา พัฒนาการเรื่องการรู้ การคิด แก้ปัญหา ควบคุมอารมณ์ ควบคุมพฤติกรรม

เรื่องความบุคคลและสังคม จะทำให้เราได้พิจารณาถึงลักษณะเฉพาะของบุคคล คุณสมบัติที่แตกต่างกัน ความถนัดในด้านต่าง ๆ และความสามารถในการประสานงานในสังคม ทั้งนี้จะช่วยให้เราเข้าใจบุคคลด้วยมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น

รวบเทคนิคในการใช้หลักจิตวิทยาเด็กแบบง่าย ๆ ใช้ได้จริง !

1.แต่ละเด็กมีพื้นฐานอารมณ์ที่แตกต่างกัน หากครูสามารถเข้าใจธรรมชาติและมีความเข้าใจในด้านจิตวิทยาที่ดี เราจะสามารถจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะให้กับพวกเขาได้อย่างเหมาะสม

2.เพราะในช่วงวัยนี้เด็กมีความต้องการในเรื่องความไว้วางใจและความปลอดภัย หากพวกเขาได้อยู่กับครูที่เข้าใจและมีความเมตตา และถ้าครูสามารถอดทนต่อพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมาแบบนี้ เด็กจะไว้วางใจและรู้สึกปลอดภัย และผลที่ได้จากความรู้สึกเหล่านี้จะสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูกับเด็ก นอกจากนี้เรายังรับรองได้ว่าเด็กจะมีความกระตือรือร้นในการมาโรงเรียน

3. เมื่อพบกับเด็กที่แสดงพฤติกรรมดื้อ การใช้ไม้แข็งหรือไม้อ่อนอาจเป็นวิธีที่เหมาะสม เราควรจะระมัดระวังในการตีต่อสัมพันธ์แบบก้าวร้าวว่าเด็กที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ต้องเป็นแบบนั้นตลอดเวลา ในทางกลับกัน ส่วนใหญ่เด็กเพียงแค่ต้องการเวลาในการปรับตัวและเตรียมตัว เมื่อเรามองอย่างเข้าใจจะช่วยให้เราเข้าถึงพวกเขาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เรายังสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับเด็ก กล้าที่จะเปิดใจและเปิดรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจที่มากขึ้น

4. ทุกเด็กต้องการเป็นคนที่รักในสายตาของคนอื่น ๆ เช่นในโรงเรียนคือครู และที่บ้านคือพ่อแม่ ถ้าครูมีความเข้าใจในหลักจิตวิทยา เราจะสามารถสื่อสารกับเด็กได้โดยง่ายขึ้น

5. การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เด็กพบรอบตัวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีความสดใส และเป็นมิตรต่อเด็ก ครูก็ควรจะมีอารมณ์ที่ดี ร่าเริง และเป็นแหล่งพูดคุยที่น่าสนใจ เพื่อสนับสนุนให้เด็กอยากมาโรงเรียนและสร้างความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในบ้านที่สอง เมื่อบรรยากาศเช่นนี้เกิดขึ้น เด็กจะรู้สึกสนุกกับการมาโรงเรียนมากขึ้น

จิตวิทยาเป็นเรื่องสำคัญที่มีบทบาทในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กตามวัยและความต้องการ นั่นเพราะทุกเด็กมีพื้นฐานและลักษณะที่แตกต่างกัน การสอนจึงต้องเน้นการสังเกตเด็กและนำเทคนิคที่เหมาะสมมาปรับใช้ในห้องเรียน เพื่อให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ตามแผนการเรียนที่ถูกวางไว้อย่างเหมาะสม ในกรณีที่เด็กไม่เข้าใจหรือทำไม่ได้ตามแผน เราจะต้องพิจารณาปรับแผนการสอนใหม่ ในที่สุด เราควรมองเด็กเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความแตกต่าง โดยการเข้าใจลึกซึ้งเด็ก เราจะสามารถวางแผนการสอนอย่างเหมาะสมและเต็มที่ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

จิตวิทยาสำหรับครู (502 204) รศ.มัณฑรา ธรรมบุศย์

บทสัมภาษณ์ พญ.ดาริน จตุรภัทรพร

บทสัมภาษณ์ ดร.ประภาศรี นันท์นฤมิต
นักจิตวิทยา สาขาวิชาพัฒนาการและการเจริญเติบโต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพิ่มเติม : จิตวิทยาพัฒนาการ

หน้าแรก : จิตวิทยา

#หนังสือจิตวิทยา #จิตวิทยาความรัก #จิตวิทยาเด็ก #จิตวิทยาวัยรุ่น #จิตวิทยาคนแก่ #แนะนำหนังสือจิตวิทยา #หนังสือจิตวิทยาความรัก #วิชาจิตวิทยา #เรียนจิตวิทยา #หนังสือจิตวิทยา #หมอจิตวิทยานักจิตวิทยา #เงินเดือนจิตวิทยา #เงินเดือนนักจิตวิทยา #จิตวิทยาการเงิน