จิตวิทยาของมาสโลว์

จิตวิทยาของมาสโลว์

อับราฮัม เอช. มาสโลว์: ผู้บุกเบิกจิตวิทยามนุษยนิยม

จิตวิทยาของมาสโลว์ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ (Abraham Harold Maslow) เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งจิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic psychology) แนวความคิดทางจิตวิทยาที่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของมนุษย์ มาสโลว์เกิดในปี ค.ศ. 1908 ในครอบครัวชาวยิวที่ยากจน ในเมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต เขาเติบโตขึ้นท่ามกลางความยากลำบาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เขาสามารถเรียนจบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ในปี ค.ศ. 1934

มาสโลว์ทำงานเป็นนักวิจัยและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ผลงานที่สำคัญของเขา ได้แก่ ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ (Maslow’s hierarchy of needs) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นทฤษฎีที่อธิบายแรงจูงใจของมนุษย์ได้อย่างครอบคลุมและลึกซึ้ง

ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ จิตวิทยาของมาสโลว์

ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้น เรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด ดังนี้

  • ขั้นความต้องการทางกายภาพ (Physiological needs) ความต้องการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร น้ำ อากาศ ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ยารักษาโรค
  • ขั้นความต้องการความปลอดภัย (Safety needs) ความต้องการที่จะรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การถูกทำร้าย
  • ขั้นความต้องการความรักและความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Love and belonging needs) ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับ ความรัก และความรู้สึกเป็นเจ้าของจากผู้อื่น เช่น ความต้องการมีครอบครัว เพื่อนฝูง รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
  • ขั้นความต้องการการยกย่องนับถือ (Esteem needs) ความต้องการได้รับการยอมรับ ยกย่อง และนับถือจากผู้อื่น เช่น ความต้องการประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น
  • ขั้นความต้องการการตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง (Self-actualization needs) ความต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงสุด เช่น ความต้องการแสดงออกถึงความสามารถของตนเอง แสวงหาความหมายของชีวิต

มาสโลว์เชื่อว่า มนุษย์จะมีแรงจูงใจที่จะตอบสนองความต้องการขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อความต้องการขั้นต่ำสุดได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์จึงจะหันมาสนใจความต้องการขั้นถัดไป ตัวอย่างเช่น เมื่อมนุษย์มีอาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัยอย่างเพียงพอแล้ว พวกเขาจึงจะเริ่มสนใจเรื่องความปลอดภัย เมื่อมนุษย์รู้สึกปลอดภัยแล้ว พวกเขาจึงจะเริ่มสนใจเรื่องความรักและความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเมื่อมนุษย์ได้รับการยอมรับจากผู้อื่นแล้ว พวกเขาจึงจะเริ่มสนใจเรื่องการยกย่องนับถือ และในที่สุด เมื่อมนุษย์ได้รับการยกย่องนับถือแล้ว พวกเขาก็จะเริ่มสนใจเรื่องการพัฒนาศักยภาพของตนเอง

การประยุกต์ใช้ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์

ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ สามารถนำประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย เช่น

  • ในการตลาด: สามารถใช้อธิบายพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค โดยผู้บริโภคจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบสนองความต้องการขั้นต่างๆ ของตน เช่น ผู้บริโภคที่มีความต้องการทางกายภาพสูง จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบสนองความต้องการด้านอาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย เป็นต้น
  • ในการบริหารงาน: สามารถใช้เป็นแนวทางในการบริหารงาน โดยผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับความต้องการขั้นต่างๆ ของพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานและสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
  • ในการศึกษา: สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน โดยหลักสูตรการเรียนการสอนควรตอบสนองความต้องการขั้นต่างๆ ของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

ข้อวิจารณ์ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์

ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ มีข้อวิจารณ์อยู่บ้าง เช่น

  • ทฤษฎีนี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไป ตัวอย่างเช่น บางคนอาจมีความต้องการขั้นสูง เช่น ความต้องการการตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง มาก่อนความต้องการขั้นต่ำ เช่น ความต้องการความปลอดภัย
  • ทฤษฎีนี้อาจไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างครอบคลุม ตัวอย่างเช่น พฤติกรรมของมนุษย์อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากความต้องการขั้นต่างๆ เช่น ปัจจัยทางวัฒนธรรม ปัจจัยทางสังคม ปัจจัยทางจิตวิทยา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ ก็ยังคงเป็นทฤษฎีที่สำคัญและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทฤษฎีนี้ช่วยให้เราเข้าใจแรงจูงใจของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://psycho-book.com/